คอนเทนต์ที่ปิดการขายได้จริง ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้คนรีบทักทันทีครับ แต่มันทำให้คน “พยักหน้าในใจ” ก่อน เหมือนมีใครพูดแทนความคิดเราได้พอดี พอพยักหน้า ความไว้ใจจะเกิด แล้วการทักจะตามมาเองแบบไม่ฝืน คอนเทนต์แบบนี้ไม่ต้องขายแรง ไม่ต้องอวยเยอะ แต่ต้องตรงใจและตรงสถานการณ์ของลูกค้าจริง ๆ ครับ
เริ่มจากประโยคในหัวลูกค้า ไม่ใช่เริ่มจากจุดเด่นของแบรนด์
ลูกค้าไม่พยักหน้าเพราะคุณเก่งครับ เขาพยักหน้าเพราะคุณ “เข้าใจเขา” วิธีคือเปิดด้วยประโยคที่เขาคิดอยู่แต่ไม่ค่อยพูด เช่น “อยากเริ่ม แต่กลัวเลือกผิด” “ไม่อยากเสียเงินซ้ำกับทางเดิม” “อยากให้จบไว แต่ก็กลัวงานไม่ดี” ประโยคแบบนี้ทำให้คนหยุดอ่านทันที เพราะมันเหมือนโดนพูดถึง แล้วเมื่อเขารู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจ ความต้านจะลดลงโดยอัตโนมัติครับ
ใส่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนเจอจริง จนรู้สึกว่าใช่แน่
คอนเทนต์กว้าง ๆ ทำให้คนเฉยครับ แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ทำให้คนพยักหน้า เช่น เล่าจุดที่ลูกค้ามักลังเล คำถามที่เขาไม่กล้าถาม หรือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง เช่น “เซฟไว้ก่อน แล้วไม่กลับมาเปิดอีก” “ทักไปแล้วกลัวโดนปิด” “อ่านราคาแล้วเริ่มต่อรองเพราะยังไม่เห็นภาพ” ยิ่งรายละเอียดเหมือนชีวิตจริง คนยิ่งรู้สึกว่าแบรนด์นี้เข้าใจงานและเข้าใจเขา ไม่ใช่แค่พูดสวยครับ
ทำให้คนพยักหน้าอีกครั้งด้วยการให้ทางเลือกที่เสี่ยงน้อย
หลังจากโดนใจแล้ว อย่ารีบขายครับ ให้เสนอทางเลือกที่ทำให้คนรู้สึกปลอดภัย เช่น “เริ่มแบบเล็กก่อน” “เช็ก 3 ข้อนี้ก่อนค่อยตัดสินใจ” หรือ “ถ้าคุณอยู่เคสนี้ วิธีที่เหมาะคือ…” การให้ทางเลือกแบบนี้ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองยังคุมเกมได้ ไม่ได้ถูกบีบ และพอเขารู้สึกคุมเกมได้ เขาจะกล้าทักมาคุยต่อครับ
คอนเทนต์ที่ทำให้ลูกค้า “พยักหน้าในใจ” ก่อนทักมา คือคอนเทนต์ที่เริ่มจากประโยคในหัวลูกค้า ใส่รายละเอียดชีวิตจริงที่เขาเอาไปเทียบได้ และปิดท้ายด้วยทางเลือกที่เสี่ยงน้อยโดยไม่เร่งขายครับ เมื่อคนพยักหน้าในใจ ความไว้ใจจะเกิดเอง และการทักจะตามมาแบบธรรมชาติ เพราะเขารู้สึกว่าแบรนด์นี้เข้าใจเขาจริง ๆ ครับ

