ความรู้สึกว่า “แบรนด์จำเราได้” เป็นตัวเร่งความไว้ใจที่แรงมากครับ ทั้งที่บางครั้งลูกค้ายังไม่เคยคุยกับคุณจริง ๆ ด้วยซ้ำ แต่พอเขารู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจบริบท เข้าใจปัญหา และตอบเหมือนรู้ว่าเขาอยู่ขั้นไหน เขาจะเปิดใจเร็วขึ้น ทักง่ายขึ้น และตัดสินใจไวขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งระบบ CRM ซับซ้อนเลยครับ
ทำให้คนรู้สึกว่าถูกจำได้ ด้วยการพูด “แทนใจ” แบบเจาะสถานการณ์จริง คนจะรู้สึกว่าแบรนด์จำเขาได้ เมื่อคุณพูดสิ่งที่เขาเจอจริงครับ ไม่ใช่พูดกว้าง ๆ เช่น “หลายคนทักมาแล้วเงียบเพราะกลัวโดนขาย” “อยากเริ่มแต่ยังไม่กล้าทุ่ม” “อยากจบไวแต่กลัวงานไม่ดี” ประโยคแบบนี้ทำให้คนรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจเขาเหมือนรู้จักกัน ทั้งที่คุณไม่ได้รู้จักเขาเลย นี่คือการสร้างความใกล้ด้วยการสื่อสารที่แม่นครับ
ใช้คำถามคัดกรอง 3 ข้อให้เหมือนจำเรื่องได้ตั้งแต่แรก
CRM ไม่ได้สำคัญเท่าคำถามที่ถูกครับ ถ้าคุณมีคำถาม 3 ข้อที่ช่วยจับบริบท ลูกค้าจะรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจและ “คุยง่าย” เช่น
ตอนนี้อยากแก้ปัญหาเรื่องไหนที่สุด
- อยากได้ความเร็วหรือความชัวร์มากกว่า
- งบคร่าว ๆ อยู่ช่วงไหน จะได้เสนอไม่เกินจำเป็น
- พอลูกค้าตอบ คุณสรุปกลับให้สั้น ๆ ว่า “เคสคุณน่าจะเหมาะกับทางเลือกนี้” ความรู้สึกเหมือนถูกจำได้จะเกิดทันทีครับ
สื่อสารแบบต่อเนื่องให้คนรู้สึกว่าแบรนด์ “จำขั้นที่เขาอยู่” ได้
คนไม่ได้อยากได้โพสต์สวย ๆ ทุกวันครับ เขาอยากได้โพสต์ที่พาไปต่อ วิธีง่ายคือทำคอนเทนต์เป็นลำดับ เช่น โพสต์แรกพูดถึงความลังเล โพสต์ต่อไปให้วิธีเช็ก โพสต์ถัดไปเล่าเคสจริง แล้วปิดด้วยขั้นตอนเริ่มที่เสี่ยงน้อย พอคนเห็นว่าโพสต์ของคุณเหมือนรู้ว่าเขายังติดอะไรอยู่ เขาจะรู้สึกว่าแบรนด์จำเขาได้ ทั้งที่จริงคือคุณกำลังจำ “สถานการณ์ของลูกค้า” ได้ครับ
การตลาดที่ทำให้คนรู้สึกว่าแบรนด์จำเราได้โดยไม่ต้องใช้ CRM คือพูดแทนใจแบบเจาะสถานการณ์ ใช้คำถามคัดกรองสั้น ๆ ให้คุยง่าย และสื่อสารแบบต่อเนื่องตามขั้นการตัดสินใจครับ เมื่อคนรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจ เขาจะรู้สึกใกล้ และความใกล้นี้จะทำให้ทักง่าย ตัดสินใจไว และกลับมาซื้อซ้ำได้แบบธรรมชาติครับ

